โรคและแมลงในสวนหม่อน


* รากเน่า
อาการเริ่มแรกใบจะเหี่ยวจากส่วนยอด ต่อมาจะแห้งเปลือกรากบริเวณโคนต้นเน่าเปื่อยมีสีน้ำตาลดำ
และมีกลิ่นเหม็น
การป้องกันกำจัด
ควรใช้พันธุ์ต้านทานปลูกเป็นต้นต่อ เช่น หม่อนไผ่ แล้วติดตาด้วยหม่อนที่มีผลผลิตสูง หรือขุดต้นที่
เป็นโรคนำไปเผาไฟ
* โรคราสนิม
อาการใบหม่อนจะมีรอยจุดสีน้ำตาล ถ้ารุนแรงใบมีสีเหลือง และร่วงหล่น มักเกิดในฤดูหนาวที่อุณหภูมิ
22-24 องศาเซลเซียส ความชื้นสูง
การป้องกันกำจัด
อย่าปลูกหม่อนชิดกันเกินไป และควรพ่นสารคาร์เบนดาชิน หรือกำมะถันผงอัตรา 2 ช้อนชาผสมน้ำ 1
ปี๊บสลับกันหลังจากนั้น 10 วันจึงเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหมได้
* โรคใบไหม้
โรคนี้เกิดบนใบและกิ่งที่เกิดโรคจะมีจุดสีเทาฉ่ำน้ำ ต่อมาจะขยายเป็นแผลสีเหลืองปนน้ำตาล ใบจะ
เหลืองและร่วงหล่น ถ้าโรคนี้เกิดบนกิ่งจะเป็นรอยแผลสีน้ำตาลปนดำ กิ่งจะหักง่ายเมื่อมีลมพัดแรง
การป้องกันกำจัด
ควรรวบรวมใบและกิ่งที่เป็นโรคนำไปเผาไฟและใช้การตัดแต่งกิ่งช่วย
* โรคราแป้ง
เห็นเป็นผงคล้ายแป้งด้านใต้ในช่วงฤดูหนาว ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และสีน้ำตาล ใบร่วงหล่นมัก
เกิดกับใบแก่
การป้องกันกำจัด
โดยเก็บใบเป็นโรคไปเผาไฟ และมีการตัดแต่งกิ่ง อย่าให้กิ่งหม่อนแน่นเกินไป หรือใช้สารเคมีเบนโนมิ
ลพ่นในอัตรา 2 ช้อนชา ผสมน้ำ 1ปี๊บ หลังจากพ่น 10 วัน จึงเก็บใบหม่อนไปใช้เลี้ยงไหมได้
* โรคใบด่าง
ใบหม่อนจะมีแต้มด่างสีเหลือง หรือรูปวงแหวน ใบมักจะบิดเบี้ยว
การป้องกันกำจัด
ควรเลือกกิ่งพันธุ์จากแหล่งที่ไม่มีโรคใบด่างนำมาปลูกถ้าหม่อนเป็นโรคใบด่างมากให้ทำลายเสีย
แมลงสำคัญในสวนหม่อน
* ปลวก
เป็นพวกที่ทำลายไม้แห้ง ดังนั้นในแปลงหม่อนควรเก็บเศษกิ่งไม้แห้งที่ย่อยสลายยากออกให้หมด หาก
พบช่องทางเดินของปลวกให้ใช้ผงเคมีอัศวินโรยตามทางเดินของปลวกหรือใช้สารเคมีกำจัดปลวกประ
เภทถูกตัวตาย
* ด้วงงวงและแมลงค่อมทอง
มักพบว่ากัดใบหม่อนจนขาดวิ่น หากระบาดรุนแรงพ่นด้วยคาร์บาริลอัตรา 2 ช้อนชา ต่อน้ำ1ปี๊บ ทิ้งไว้
10 วัน จึงเก็บใบหม่อนนำไปใช้เลี้ยงไหมได้
* เพลี้ยไฟ
ดูดและกินน้ำเลี้ยงบริเวณใต้ใบหม่อน ทำให้ใบสากหยาบกร้าน ขอบใบม้วน ทำให้ใบหม่อนมีธาตุ
อาหารต่ำ ไม่เหมาะแก่การเลี้ยงไหม มักระบาดในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง วิธีป้องกันกำจัดอาจใช้การให้น้ำ
ระบบสปริงเกอร์ เพื่อชะล้างตัวอ่อนให้ร่วงหล่นจากใบหม่อน หรือใช้ใบกระเพราหรือโหระพาหรือใบ
แมงลัก ตำแล้วหมักทิ้งไว้ 1 คืน ในอัตรา 50 กรัม ผสมน้ำ 1 ลิตร กรองเอากากออกแล้วนำไปพ่นใน
แปลงหม่อนเพื่อเป็นการไล่แมลง หากมีเพลี้ยไฟระบาดรุนแรงควรพ่นสารคาร์โบวัลแฟน ในอัตรา 2
ช้อนชา ผสมน้ำ 1 ปี๊บ หลังพ่น15วัน จึงเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหมได้
* เพลี้ยแป้ง
จะดูดกินน้ำเลี้ยงตรงซอกตาและส่วนอ่อนของหม่อนทำให้ใบหงิก และแคระแกร็น ข้อระหว่างใบจะถี่
กิ่งบวม เปราะหักง่าย เนื่องจากเพลี้ยแป้งขับสารพิษออกมา ชาวบ้านเรียกโรคกูดหรือหัวนกเค้า ถ้าระ
บาดไม่รุนแรง เด็ดส่วนที่หงิกงอนำไปเผา หรือพ่นด้วยสารไวท์ออย อัตรา 2 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ปี๊บ ถ้าระ
บาดรุนแรงอาจผสมไวท์อ้อยกับสารฆ่าแมลงคาร์ดบซัลแฟน อัตรา 2 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 ปี๊บ เว้นระยะ
ก่อนเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม 15 วัน
* แมลงหวี่ขาว
มักพบใต้ใบตามใบยอดและใบแก่ จะเข้าดักแด้บริเวณใบแก่ จะดูดกินเลี้ยงจากใบและขับน้ำหวานออก
มาติดบนใบหม่อน ทำให้เกิดราดำบนใบหม่อน ใบหม่อนจะเหลืองและร่วงหล่น
ข้อแนะนำ
ควรใช้ระบบการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ ชะล้างตัวอ่อน และราดำที่ติดบนใบหม่อน หาระบาดรุนแรง
ควรพ่นสารมาลาไธออน อัตรา 2ช้อนชา ผสมน้ำ 1 ปี๊บ หลังพ่น 15 วัน จึงเก็บใบหม่อนนำไปเลี้ยงไหม
ได้

ที่มา: ศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ อุดรธานี