โรคหม่อนและการป้องกันกำจัด


โรคหม่อนที่สำคัญมีหลายชนิดที่ทำลาย กิ่ง ใบ ลำต้น และราก ซึ่งจะทำให้ผลผลิตใบลดลง หากโรคระ
บาดรุนแรงหม่อนจะตายทั้งต้น โรคที่พบระบาดรุนแรง จะพบระบาดในช่วงฤดูกาลต่างๆกัน มีดังนี้
โรครากเน่า (Root rot) สาเหตุ: เกิดจากปัญหาดิน ที่เป็นดินดานและขาดอินทรียวัตถุ การระบายน้ำไม่ดี
ทำให้เชื้อโรคเข้ามาทำลายภายหลัง
ช่วงเวลาระบาด : ตลอดปีและระบาดรุนแรงในฤดูฝน
อาการของโรค : ใบเหี่ยวจากส่วนยอดลงมาคล้ายน้ำร้อนลวก รากเปื่อยเน่า สีน้ำตาลปนดำ
การป้องกันกำจัด: ปลูกพันธุ์หม่อนที่ทนทานโรครากเน่า เช่น สกลนคร และคุณไพ ในเขตพื้นทีมีการ
ระบาด กรณีที่เกษตรกรต้องการเพิ่มผลผลิตให้ติดตาพันธุ์ดี
โรคราสนิม(rad rust)สาเหตุ : เชื้อรา Aecidium mori
ช่วงเวลาระบาด : ปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นและชื้น
อาการของโรค : เป็นแผลรูปวงกลมหรือรูปไข่บริเวณผิวด้านล่างของใบหม่อน ถ้าระบาดรุนแรงใบจะมี
สีเหลืองและร่วงหล่น
การป้องกันกำจัด : ช่วงที่มีการระบาดรุนแรงตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง
* ในพื้นที่มีการระบาดควรปลูกหม่อนให้มีระยะปลูกห่างมากกว่าปกติหรือใช้พันธุ์หม่อนที่ทน
ทานได้แก่ หม่อนคุณไพ
โรคใบด่าง(Mosaic) สาเหตุ: เชื้อไวรัส fig mosaic virus (FMV)
ช่วงเวลาระบาด : ตลอดปี
อาการของโรค : ใบมีลักษณะด่างและเบี้ยว
การป้องกันกำจัด : ควรเลือกกิ่งพันธุ์ที่ปลอดโรค
* ทำลายต้นหม่อนที่แสดงอาการของโรคใบด่าง
* ปลูกพันธุ์หม่อนที่ทนทานโรคใบด่าง เช่น พันธุ์บุรีรัมย์ 60, ศรีสะเกษ 33
* กำจัดแมลงที่เป็นพาหะของโรคใบด่าง เช่น เพลี้ยอ่อน
* ควรทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคเครื่องมือตัดแต่งกิ่ง
โรคไหม้ (Bacterial blight)
สาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย pseudomonas mori
ช่วงเวลาระบาด : ฤดูฝน
อาการของโรค : ใบที่เป็นโรคจะมีจุดสีเทาเล็กๆฉ่ำน้ำ และขยายเป็นแผลสีเหลืองปนน้ำตาลใบจะเหลือง
แห้งร่วงหล่น ถ้าเกิดบนกิ่งเป็นรอยแผลสีน้ำตาลปนดำ เมื่อมีอาหารรุนแรงกิ่งจะหักเกิดรอยจุดเป็นขุยสี
น้ำตาล
การป้องกันกำจัด : ตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่งทำให้การถ่ายเทอากาศดี และแสดงแดดส่องถึงเก็บใบและ
กิ่งที่เป็นโรค เผาทำลาย
โรคราแป้ง (Powdery mildew)
สาเหตุ : เชื้อรา phyllactinia corylea (pers)Karst
ช่วงเวลาระบาด : ปลายฤดูฝนจนถึงต้นฤดูหนาวที่มีอากาศชื้น
อาการของโรค : เป็นผงสีขาวคล้ายแป้งอยู่ใต้ใบต่อมาจะกลายเป็นจุดสีเหลืองและน้ำตาล ใบร่วง
การป้องกันกำจัด : ปลูกพันธุ์หม่อนที่ทนทาน ได้แก่ พันธุ์นครราชสีมา 60

ที่มา: ศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ อุดรธานี