การดูแลรักษาผ้าไหม


   ผ้าไหมไทย หรือ Thai Silk เป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงเป็นเสมือนสัญลักษณ์หนึ่งของประเทศไทย ด้าน
เหตุผลที่มีความสวยงาม ความอ่อนนุ่มสลายและมีความเสื่อมงามโดยธรรมชาติเมื่อสามใส่ดูหรูหราภูมิ
ฐาน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่เมื่ออากาศร้อนผ้าไหมช่วยคลายให้เย็นได้ ส่วนเวลาอากาศหนาว
ผ้าไหมบางๆ กลับช่วยให้อุ่นสบาย ขณะเดียวกันด้วยความเหนียวทนทานของเส้นใยไหมจึงทำให้
สามารถใช้ผ้าไหมสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ดี การดูแลที่เหมาะสมจะทำให้ผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์
ไหมคงความสวยงามและคุณสมบัติเด่นได้ยาวนานเส้นไหมเป็นเส้นใยโปรตีนธรรมชาติ จึงถูกทำลาย
ด้วยรังสียูวีที่อยู่ในแสงแดด ในสภาพที่เป็นด่างมากๆ และอุณหภูมิสูงจะทำให้เส้นใยไหมเปื่อย และลด
ความแววของเส้นไหมได้ดังนั้นการเข้าใจธรรมชาติของไหมจะทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงการทำลาย
เส้นไหม ผ้าไหมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้
  ผ้าไหม ดูแลได้ด้วยตนเองที่บ้าน นับแต่โบราณมาผู้สวมใส่ผ้าไหมไทยส่วนใหญ่นุ่งซิ่น ห่มผ้า บ้างพาด
บ่าใช้ผ้าไหมทั้งชีวิตประจำวันและในพิธีการ ภูมิปัญญาการดูแลทำความสะอาดผ้าไหมไทยสืบต่อมา
จนปัจจุบันก็ยังคงมีการใช้ภูมิปัญญาดังกล่าวในท้องถิ่นคือการซักผ้าไหมด้วยน้ำมะพร้าวและลบรอย
เปื้อนก่อนนำไปซัก แม้ในปัจจุบันมีการนำผ้าไหมมาตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายสมัยใหม่ชุดผ้าไหมก็
ยังคงสามารถดูแลความสะอาดได้ด้วยตนเอง
      ข้อแนะนำเบื้องต้น เริ่มตั้งแต่ร้านผ้าไหม
   เมื่อซื้อผ้าไหมมาใหม่ๆก่อนนำมาตัดเย็บแนะนำให้ทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น เพื่อชะล้างฝุ่นละออง
และไล่สีย้อมที่ตกค้างอยู่โดยกดผ้าไหมให้จมน้ำและซักเบาๆในน้ำอุ่น หรือน้ำสะอาดผสมเกลือ ผ้าไหม
จากบางร้านมีการซักและตกแต่งสำเร็จหรือที่เราบางคนเรียกว่าอาบน้ำยามาเรียบร้อยแล้วจึงไม่จำเป็น
ต้องซักทำความสะอาดก่อน ใช้ตัดเย็บได้เลย
      ซักเอง รีดเอง ทำอย่างไร
   โดยทั่วไป มักนิยมซักแห้งชุดผ้าไหม ตามป้ายระบุ “Dry cleaning only” แต่หากต้องการหลีกเลี่ยงสาร
ซักแห้งสามารถซักรีดเองได้ ทั้งซักด้วยมือและซักด้วยเครื่องการเข้าใจธรรมชาติของผ้าไหมจะทำให้
หลีกเลี่ยงข้อควรระวังและทำความสะอาดผ้าไหมได้ดี
      น้ำยาซักผ้า
   สบู่อาบน้ำเด็กไม่ว่าสบู่เหลวหรือสบู่ก้อนเหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ซักผ้าไหม แชมพูหรือน้ำยาเอนก
ประสงค์ชนิดที่มีฤทธิ์เป็นกลาง หรือเป็นกรดอ่อนๆ ใช้ซักผ้าไหมได้ดีเช่นกัน ไม่ควรใช้ผงซักฟอก และ
ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว ปัจจุบันผงซักฟอกเกือบทุกชนิดมีฤทธิ์ขจัดคราบสกปรกสูงและเป็นด่างมากจะทำ
ลายเส้นไหม ทำให้ความเงาของผ้าไหมลดลง ผ้าไหมจะกระด้าง และเส้นไหมเปื่อยเช่นเดียวกับการซัก
ผ้าทั่วไปที่ควรแยกผ้าสีเข้มและสีอ่อนหรือผ้าขาวซักคนละครั้ง และก่อนนำผ้าลงซักทุกครั้งต้องแน่ใจ
ว่าน้ำยาซักผ้าละลายน้ำดีแล้ว นอกจากนี้ การซักน้ำต้องให้สะอาดไม่ให้มีสบู่ น้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอก
ตกค้างเพราะอาจจะทำให้เกิดสีเหลืองหม่นบนผ้าได้
   สำหรับผ้าไหมมีข้อควรระหว่างเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ได้แก่ไม่ควรใช้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นซักผ้าไหมเพราะ
มีผลทำให้ผ้าไหมหดและเกิดรอยไหม้ได้ ไม่แช่ผ้าไหมทิ้งไว้ในน้ำยาซักผ้านานๆห้ามแปรงขัดถูผ้าไหม
และไม่บิดผ้าเป็นเกลียว แต่ใช้วิธีค่อยๆบิดไล่น้ำออกแทน ควรรีบซักล้างโดยขยี้เบาๆ และบีบน้ำออก
เมื่อซักเสร็จแล้วนำมาผึ่งให้แห้ง จะช่วยรักษาคุณสมบัติที่ดีของไหม ได้แก่ สีสัน ความอ่อนนุ่ม เงางาม
และความคงตัวของเนื้อผ้า
      การดูแลรักษาผ้าไหมไทย
   การกำจัดรอยเปื้อนบนผ้าก่อนซัก ก่อนจะรบรอยเปื้อนใดๆให้ทดสอบน้ำยาลบรอยเปื้อนก่อน และควร
ใช้น้ำยาที่ไม่ทำให้สีผ้าเปลี่ยน สำหรับการลบรอยเปื้อนบนผ้าไหม ด้วยสารธรรมชาติที่ได้ผลดีคือเช็ด
รอยเปื้อนด้วยน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว หรือน้ำส้มสายชู 1 ส่วน หลังจากเช็ดรอยเปื้อนแล้วให้ล้างน้ำ
ให้สะอาดแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง
      เกร็ดความรู้
   เพื่อรักษาความเงางามและสีสันที่สดใสของผ้าไหม หลังจากซักทำความสะอาดผ้าไหมแล้วให้แช่ผ้า
ไหม 1-2 นาที ให้จมทั่วทั้งผืนน้ำผสมน้ำส้มสายชูกลั่นโดยผสมน้ำส้มสายชูประมาณ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ
สะอาด 12 ลิตร หลังจากนั้นให้ล้างสะอาดและบีบเบาๆไล่น้ำออก จึงนำไปผึ่งให้แห้งในที่ร่มที่มีอากาศ
ถ่ายเทบางคนที่ชอบกลิ่นหอมและต้องการให้เนื้อผ้านุ่มมีน้ำหนักอาจแช่ผ้าไหมในน้ำยาปรับผ้านุ่ม
น้ำยาปรับสภาพผ้าไหมหรือน้ำมันทาผิวสำหรับเด็กอย่างใดอย่างหนึ่งในน้ำสุดท้ายก่อนไปผึ่งให้แห้ง

ที่มา: ศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ อุดรธานี