ไหมไทยและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิสาสตร์


  สินค้าที่มีชื่อเสียง เอกลักษณ์ คุณภาพ และมีการเชื่อมโยงกับถิ่นกำเนิด เป็นสินค้าที่ได้รับการคุ้มครอง
ทรัพย์สินทางปัญญาที่เรียกว่า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิสาสตร์(Geographical Indication: GI) อาชีพการปลูก
หม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่มีการทำมาช้านานในประเทศไทย ผ้าไหมไทยเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงไปทั่ว
โลกทั้งในด้านความสวยงามและความมีเอกลักษณ์ เนื่องจากการผลิตผ้าไหมไทยเป็นมรดกทางวัฒน
ธรรมเข้ามาผสมผสานในหัตถกรรมการผลิตผ้าไหมดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการรักษาและปก
ป้องเอกลักษณ์ กรรมวิธี และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตผ้าไหมไทยไว้เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมคู่
กับประเทศไทยต่อไป ผ้าไหมไทยมีจุดเด่นในด้านของความมีชื่อเสียงและความมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็น
สินค้าที่แตกต่างจากผ้าไหมทั่วโลกผ้าไหมไทยเป็นผลผลิตที่สะท้อน ถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม
ประเพณีความเป็นไทย ผ่านทางขบวนการผลิต เช่น พันธุ์ไหม การเลี้ยงไหม การสาวไหม การฟอกย้อม
สีไหม รูปแบบของการออกลวดลายและการสีในการทอผ้าไหม และเทคนิคในการทอผ้าไหมที่เป็น
เอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชิวิตและเป็นอยู่ของกลุ่มชนในท้องถิ่น ซึ่งมีประวัติ
ความเป็นมาอันยาวนาน ผ้าไหมไทยมีศักยภาพและได้รับการขึ้นทะเบียนความคุ้มครองเป็นสินค้าที่บ่ง
ชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ ผ้าไหมยกดอกลำพูน (Lamphun Brocade Thai silk)ผ้าไหมแพรวา(Prawa Klasin
Thai Silk )และมัดหมี่(Mud-mee)
1. ผ้าไหมแพรวา
ผ้าไหมแพรวาเป็นผ้าที่มีเอกลักษณ์ ลวดลายผสมกัน ระหว่างลายขิด และจกบนผืนผ้า แพรวา
หมายถึงผ้าที่มีความยาวประมาณวา เพื่อใช้เป็นสไบ แพรวาเป็นผ้าที่ใช้ในงานพิธีต่างๆตาม
วัฒนธรรมของชาวภูไท เอกลักษณ์ดั้งเดิมจะมีสีแดงเป็นพื้นปัจจุบันได้มีการดัดแปลงลักษณะ
ของผืนผ้า และการใช้สีสันตามสมัยนิยม
ผ้าไหมแพรวาที่มีเอกลักษณ์ และชื่อเสียงมาดั้งเดิม ได้แก่ ผ้าไหมแพรวาบ้านโพน อำเภอคำม่วงของจัง
หวัดกาฬสินธุ์ เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีความประณีตและงดงาม เน้นความเป็น
เอกลักษณ์ดั้งเดิมนอกจากนี้ยังได้ผสมผสานให้เข้ากับยุคปัจจุบัน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
2. ผ้าไหมมัดหมี่
ผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผ้าที่มีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วิธีการมัดหมี่ คือ การมัดเส้น
ไหมให้เป็นลายที่เส้นพุ่งหรือเส้นยืนด้วยเชือก และนำไปย้อมสีทีละขั้นตอนของลายผ้าที่มัดไว้
ผ้าไหมมัดหมี่ที่มีชื่อเสียง มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้
ทางภูมิศาสตร์ คือ ผ้าไหมมัดหมี่อำเภอชนบท จ.ขอนแก่น
   ผ้าไหมมัดหมี่อำเภอชนบท เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนอีสาน ที่มีวิธีการสร้างลายผ้าไหม
ด้วยวิธีโบราณสืบต่อกันมาช้านาน ซึ่งเรียกกันว่าภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยนำเส้นไหมมามัดเป็น
ลวดลายแล้วย้อมสีต่างๆตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน เมื่อนำเส้นไหมที่ย้อมเส้นทอก็
จะได้ผ้าไหมที่มีลวดลาย สีสันสวยงาม กรรมวิธีและย้อมเส้นไหมนี้ชาวอีสานเรียกว่า “มัดหมี่”
ในเรื่องของ “ลาย” ลายเก่าที่สืบทอดคือ ลายหมี่กง ลายขันหมากแป้งและลายขอพระเทพหรือ
ลายเชิงเทียน และด้วยลวดลายสีสันสวยงามวิจิตรพิสดาร ประยุกต์ให้เข้ากับสมัยนิยม ส่งผลทำ
ให้ผ้าไหมมัดหมี่ที่อำเภอชนบทโดดเด่น ได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดในมรดกสิ่งทอเอเชียปี
พ.ศ. 2535
3. ผ้าไหมยกดอกลำพูน
คือ ผ้าที่ทอยกลวดลายให้สูงกว่าผื่นผ้า คำว่า “ยก”มาจากลักษณะการทอเส้นไหมที่เชิดขึ้น
เรียกว่า “ยก” และเส้นไหมที่จมลง เรียกว่า “ข่ม” แล้วพุ่งกระสวยไปในระหว่างกลาง โดยเลือก
ยกบางเส้นข่มบางเส้นเพื่อให้เกิดลวดลาย ผ้ายกลำพูนจะเป็นผ้ายกที่ใช้เส้นไหมเพิ่มพิเศษทอ
ยกให้เกิดลวดลาย ซึ่งแยกกับการทอโครงสร้างผ้าที่เป็นการทอด้วยลายขีด 2 ตะกอ และใน
ปัจจุบันมีการใช้ดิ่นเงิน ดิ่นทอง มาทอยกเป็นเส้นเพิ่มพิเศษให้เกิดลวดลายสวยงาม
   ผ้าไหมยกดอกลำพูน เป็นผ้ายกดอกที่มีศักยภาพในการที่จะเป็นสินค้าที่จะขอขึ้นทะเบียนของ
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เนื่องจาก การทอผ้ายกนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล่ำค่าของทางภาค
เหนือ ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ผ้าไหมยกลวดลายได้เริ่มแพร่หลายและได้รับการฟื้นฟู
ตั้งแต่สมัยของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล
ที่ 5

ที่มา: ศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ อุดรธานี