การย้อมสีธรรมชาติ


   การย้อมสีธรรมชาติ คือการนำเอาวัตถุดิบในธรรมชาติที่ได้จากพืช สัตว์ จุลินทรีย์ และแร่ธาตุต่างๆมา
ย้อมกับเส้นไหม เพื่อนำมาทอเป็นผ้า เพื่อเพิ่มสีสันและความสวยงามบนผืนผ้าไหมอันเป็นภูมิปัญญาที่
สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง โดยการนำวัสดุจากธรรมชาติที่ให้สีมาจากการย้อมสีธรรม
ชาติย้อมผ้า ปัจจุบันมีการตื่นตัวเกี่ยวกับการใช้สีธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เพราะสีสงเคราะห์เพียงบางตัวเท่า
นั้นที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสภาพสิ่งแวดล้อม
      องค์ประกอบในการย้อมสีธรรมชาติ
* เส้นใย เช่น เส้นไหม ฝ้าย ผ้าหรือเส้นด้ายจะเป็นตัวกลางในการดูดซับสีจากวัตถุที่ได้มาจากพืช
* วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ให้สี พืชทุกชนิด สัตว์และแร่ธาตุต่างๆส่วนที่ใช้ในการสกัด จะเป็น ดอก
ผล ลำต้น เปลือก แก่น ราก เป็นต้น
* สารกระตุ้นในการย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งใช้ มอร์ แดน คือ ตัวช่วยติดสี เป็นตัวจับยึดและเปลี่ยนสี
ให้เข้มจาง เช่น ปูนขาวที่ใช้กินกับหมาก และน้ำด่างที่ได้จากขี้เถ้าพืชเนื้ออ่อน เช่น ส่วนต่างๆ
ของกล้วย ผักโขม กาบมะพร้าว ฯลฯ กรด หรือน้ำมีรสเปรี้ยว เช่น มะขาม มะเฟือง ใบหรือฝัก
ส้มป่อย
      การเตรียมเส้นไหมเพื่อย้อมสี
      เตรียมไจไหม และทำไพไหม เพื่อไม่ให้เส้นไหมพันกัน
      การลอกกาวไหมด้วยสารธรรมชาติ
      การเตรียมน้ำค้าง
   นำขี้เถ้าใส่ในหม้อหรือภาชนะดินมีรูรั่วที่ก้นภาชนะ อัดขี้เถ้าให้แน่น 3 ใน 4 ของถัง นำถังขี้เถ้านั้นวาง
ช้อนกับถังเปล่าอีกใบหนึ่ง เติมน้ำเต็มถัง รอจนกว่าจะมีน้ำหยดลงถังรองรับอยู่ด้านล่าง มั่นเติมน้ำใส่ถัง
อยู่เสมอ ถ้าถังขี้เถ้ามีคุณภาพดี จะมีความเป็นด่างสูง จะได้น้ำด่างเท่ากับปริมาณของขี้เถ้า
      การลอกกาวไหม
1. เตรียมน้ำด่าง มีความเป็นด่าง หรือ พีเอช (pH) 11-12
2. นำเส้นไหมดิบลงแซ่ประมาณ 1ชั่วโมง (สังเกตเส้นไหมจะอ่อนตัว มีลักษณะเป็นเมือก)
3. ต้มน้ำด้วยภาชนะปากกว้างจนเดือด จากนั้นยกเส้นไหมจมลงในน้ำเดือด มั่นพลิกเส้นไหมให้
สัมผัสกับน้ำร้อนให้ทั่ว นำเส้นไหมที่ลอกกาวแล้วมาล้างด้วยน้ำสะอาด 3-4 ครั้งบีดให้หมาด
กระตุก ใส่ลาวตาก
      การย้อมไหมด้วยคราม
   ครามเป็นพืชที่ให้สีน้ำเงินคราม ส่วนใหญ่แหล่งผลิต อยู่ที่ จังหวัดสกลนคร อุตรดิตถ์ แพร่ และพิษณุ
โลก
      การเตรียมน้ำครามหรือก่อหม้อครามจากคราม
   เปียก : ใช้ครามเปียก นำมาก่อหม้อครามย้อมไหม ครามเปียกที่ดี จะสังเกตได้ว่า มีลักษณะเนื้อละเอียด
เป็นสีกรมท่า
      ขั้นตอนการก่อหม้อคราม
   ส่วนผสม : ครามเปียก 2 กิโลกรัม น้ำด่างขี้เถ้าจำนวน 2 ลิตร (เข้มข้น) มะขามเปียก 200 กรัม
   วิธีการ : ละลายครามเปียก กับน้ำด่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำมะขาม ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่ว
โมง น้ำในหม้อครามจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเหลือง สามารถใช้ย้อมเส้นไหมได้ สังเกตสีของครามและ
ฟอง
      ข้อดีของสีธรรมชาติ
1. ไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ย้อมและผู้บริโภค เพราะทำมาจากพืชผักธรรมชาติและน้ำที่มีสีเหลืองอยู่ก็
ไม่เป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อม
2. วัตถุดิบหาได้บริเวณบ้าน หมู่บ้าน และในป่า ไม่ต้องเสียเงินชื้อ ทำให้ไม่ขาดดุลการค้าในการ
สั่งซื้อจากต่างประเทศ
3. สีธรรมชาติสามารถเรียนรู้ได้ พัฒนาได้ด้วยตนเองเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยทำให้ชาว
บ้านมองเห็นคุณค่าของต้นไม้ และรู้จักใช้ประโยชน์จากต้นไม้สูงสุด
4. สีธรรมชาติทำให้เกิดสีใหม่ สีแก่ สีเข้ม สีอ่อน ได้หลากหลายตามการใช้ตัวติดสี ได้แก่ สารส้ม
ด่าง น้ำ สนิม หรือแม้แต่ใบไม้ก็ให้สีแก่ อ่อนต่างกันไป
5. ในด้านการสัมพันธ์ระหว่างสีกับต้นไม้ คนย้อมสีมองเห็นคุณค่าของต้นไม้มากกขึ้น เห็น
คุณประโยชน์และไม่ทำลายแต่จะใช้อย่างรู้คุณค่า และปลูกทดแทนมากขึ้น
      พืชและไม้ให้สี
พืช ส่วนที่ใช้ สีที่ได้
หว้า ผล ม่วงอ่อน
มะหาด(หาด) แก่น เหลือง
ฮ่อม ใบ(ย้อมเย็น) น้ำเงิน
อินทนิน เปลือก น้ำตาล
ขนุน แก่น,ใบ,ราก เหลือง
มะเกลือ ผล(ย้อมเย็น) ดำ
ยอบ้าน เปลือกราก น้ำตาลแดง
เข(แกแล) แก่น(เนื้อไม้) เหลือง
คราม ใบ,กิ่ง น้ำเงินเข้ม
คำเงาะ,คำแสด เมล็ด ส้ม,แดงส้ม
หูกวาง ใบ เหลือง
มะม่วงหิมพานต์ เปลือก น้ำตาล
มะม่วงป่า เปลือก เหลืองอ่อน
ฝรั่ง เปลือก น้ำตาล
ฝาง แก่น,ราก,ฝัก ชมพู,แดง
สมอ ผล,เปลือก เทาดำ
ตะโก ผล ดำ

ที่มา: ศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ อุดรธานี