ชาใบหม่อน


   เป็นเครื่องดื่มสุขภาพชั้นเยี่ยม อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง
   สารดีเอ็นเอ (DNA) ลดน้ำตาลในเลือด สารกาบา (GABA) ลดความดันในโลหิต อีกทั้งยังมีกรดอะมิโน
ที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด
   ชาใบหม่อน เกิดจาการวิจัยของสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางสิริกิติ์ พระ
บรมราชินินาถ (กรมหม่อนไหมในปัจจุบัน) จนกลายเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ดื่มได้ทุกเพศทุกวัย ดื่ม
ได้ทั้งร้อนและเย็น นับเป็นโภชนาภัณฑ์ที่น่าสนใจยิ่งต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตเชิงพานิช
      ประโยชน์ของชาใบหม่อน
ในใบหม่อนมมีสาระสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ ที่มีสรรพคุณทางเภสัชศาสตร์ได้แก่
* สารเควอซิติน (Quercetin)เคมเฟอรอล (Kaempferol)รูติน (Rutin)ซึ่งมีฤทธ์ต้านอนุมูลอิสระ มี
ผลในการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้
* สารดีเอ็นเจ (DNJ) : 1-deoxynojirmycin) มีผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือด
* สารกาบา (GABA: gamma amino butyric acid)มีผลในการลดความดันในโลหิต
* สารฟายโตสเตอรอล (Phytosterol)มีผลในการลดระดับคลอเลสเตอรอล
* กรดอะมิโนครบทุกชนิดที่ร่างกายต้องการ และยังมีแร่ธาตุและวิตามินที่เป็นประโยชน์อีก
หลายชนิด อาทิ แคลเซียม โปแตสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอ และบี
ฯลฯ
* การบริโภคชาใบหม่อน
* บริโภคร้อน ใช้ชาใบหม่อน 1 กรัมต่อน้ำ 100 ซีซี ชงทิ้งไว้อย่างน้อย 6 นาที ก่อนดื่ม
* บริโภคเย็น ใช้ชาใบหม่อน 10 กรัมต่อน้ำร้อน 800 ซีซี ชงทิ้งไว้ก่อนอย่างน้อย 10 นาที กรอง
กากออก เติมน้ำตาล 190 กรัม เกลือ 10 กรัมใส่น้ำแข็ง ก่อนดื่มให้ผสมน้ำมะนาวตามชอบ
      การผลิตชาใบหม่อนเชิงพานิช
   สามารถดำเนินการได้ทั้งการผลิตแบบครัวเรือน และแบบโรงงานอุตสาหกรรม โดยต้องคำนึงถึงการ
ผลิตที่ถูกลักษณะของกระทรวงสาธารณสุข และถูกต้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชาใบหม่อนของกระ
ทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับวัตถุดิบใบหม่อนที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนควรคำนึงถึง
1. พันธุ์หม่อน พันธุ์ที่แนะนำได้แก่ พันธุ์คุณไพ พันธุ์บุรีรัมย์60และพันธุ์นครราชสีมา60
2. ความสด สะอาด สมบูรณ์ของใบหม่อน ใบไม่แคระแกรนไม่มีสิ่ปลอมปน ปราศจากโรค แมลง
สาเคมี และต้องรักษาความสดของใบหม่อนก่อนการผลิต
      การผลิตชาใบหม่อนแบบครัวเรือน
1. หั่นใบหม่อนเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด (0.5-1.0)x(3.0-4.0)ซ.ม.
2. นึ่งด้วยไอน้ำเดือด ในกรณีที่ใช้ขวดเป็นภาชนะ ให้นึ่งนาน 2 นาทีก่อนพลิกกลับใบหม่อน แล้ว
นึ่งต่ออีก 2 นาที กรณีที่ใช้ซึ้งเป็นภาชนะควรนึ่งใช้นาน 1 นาที ก่อนพลิกกลับใบหม่อนแล้วนึ่ง
ต่ออีก 1 นาที
3. นวดใบหม่อนด้วยมือแรงๆเพื่อให้เซลล์ใบหม่อนแตกและให้ชิ้นใบหม่อนม้วนตัว คั่วจนกระ
ทั่งแห้ง ใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที
4. อบใบหม่อนในตู้อบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมงเพื่อให้มีความชื่นต่ำกว่า 7
เปอร์เซ็นต์
5. เก็บไว้ในภาชนะที่มิดชิด เพื่อป้องกันความชื้น แสงแดดและมอดยาสูบ
      การผลิตชาใบหม่อนแบบโรงงานอุตสาหกรรม
1. หั่นใบหม่อนตามความกว้าง ของใบ ให้มีขนาด 1-2 เซนติเมตรด้วยเครื่องหั่น
2. อบไอน้ำใบหม่อนที่หั่นแล้ว ที่อุณหภูมิมากกว่า 95 องศาเซลเซียส นาน 40-50 วินาที
3. คั่วครั้งที่หนึ่ง ที่อุณหภูมิ 80-90 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
4. นวด เพื่อทำให้ใบหม่อนม้วนใบ ด้วยเครื่องนวด ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที
5. คั่วครั้งที่สอง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ที่อุณหภูมิ 65-68 องศาเซลเซียส
6. คัดก้านขนาดใหญ่ออก
7. คั่วครั้งที่สาม อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
8. อบความร้อน ในเครื่องอบ อุณหภูมิ 80-90 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
9. บรรจุถุง ถุงสำเร็จมี 3 ชั้น กระดาษ – พลาสติก – กระดาษ เพื่อป้องกันความชื้นและเพิ่มความ
แข็งแรง

ที่มา: ศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ อุดรธานี